Posts Tagged ‘เซอร์ไอแซก นิวตัน’

06.20
13

ไอแซก นิวตัน นักวิทยาศาสตร์

by admin ·

เกิด 4 มกราคม ค.ศ. 1643

วูลสธอร์ปลิงคอนไชร์ ประเทศอังกฤษ

เสียชีวิต  31 มีนาคม ค.ศ. 1727

20 มีนาคม ค.ศ. 1727  เคนซิงตัน มิดเดิลเซกซ์ ประเทศอังกฤษ

ที่พำนัก   อังกฤษ

สัญชาติ   อังกฤษ

เชื้อชาติ   อังกฤษ

สาขาวิชา ฟิสิกส์, คณิตศาสตร์, ดาราศาสตร์, ปรัชญาธรรมชาติ, เล่นแร่แปรธาตุ, เทววิทยา

ผลงาน    กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน    ความโน้มถ่วงสากล    แคลคูลัส    ทัศนศาสตร์

เซอร์ไอแซก นิวตัน (อังกฤษ: Sir Isaac Newton) (4 มกราคม ค.ศ. 1643-31 มีนาคม ค.ศ. 1727 ตามปฏิทินเกรกอเรียน หรือ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1642- 20 มีนาคม ค.ศ. 1726 ตามปฏิทินจูเลียน)1 นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา นักเล่นแร่แปรธาตุ และนักเทววิทยาชาวอังกฤษ

งานเขียนในปี ค.ศ. 1687 เรื่อง Philosophiæ Naturalis Principia Mathematica (เรียกกันโดยทั่วไปว่า Principia) ถือเป็นหนึ่งในหนังสือที่มีอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เป็นรากฐานของวิชากลศาสตร์ดั้งเดิม ในงานเขียนชิ้นนี้ นิวตันพรรณนาถึง กฎแรงโน้มถ่วงสากล และ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ซึ่งเป็นกฎทางวิทยาศาสตร์อันเป็นเสาหลักของการศึกษาจักรวาลทางกายภาพตลอดช่วง 3 ศตวรรษถัดมา นิวตันแสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ บนโลกและวัตถุท้องฟ้าล้วนอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติชนิดเดียวกัน โดยแสดงให้เห็นความสอดคล้องระหว่างกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ของเคปเลอร์กับทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของตน ซึ่งช่วยยืนยันแนวคิดดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางจักรวาล และช่วยให้การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

นิวตันสร้างกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงที่สามารถใช้งานจริงได้เป็นเครื่องแรก[1] และพัฒนาทฤษฎีสีโดยอ้างอิงจากผลสังเกตการณ์ว่า ปริซึมสามเหลี่ยมสามารถแยกแสงสีขาวออกมาเป็นหลายๆ สีได้ ซึ่งเป็นที่มาของสเปกตรัมแสงที่มองเห็น เขายังคิดค้นกฎการเย็นตัวของนิวตัน และศึกษาความเร็วของเสียง

ในทางคณิตศาสตร์ นิวตันกับก็อตฟรีด ไลบ์นิซ ได้ร่วมกันพัฒนาทฤษฎีแคลคูลัสเชิงปริพันธ์และอนุพันธ์ เขายังสาธิตทฤษฎีบททวินาม และพัฒนากระบวนวิธีของนิวตันขึ้นเพื่อการประมาณค่ารากของฟังก์ชัน รวมถึงมีส่วนร่วมในการศึกษาอนุกรมกำลัง

นิวตันไม่เชื่อเรื่องศาสนา เขาเป็นคริสเตียนนอกนิกายออร์โธดอกซ์ และยังเขียนงานตีความคัมภีร์ไบเบิลกับงานศึกษาด้านไสยศาสตร์มากกว่างานด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เสียอีก เขาต่อต้านแนวคิดตรีเอกภาพอย่างลับๆ และเกรงกลัวในการถูกกล่าวหาเนื่องจากปฏิเสธการถือบวช

ไอแซก นิวตัน ได้รับยกย่องจากปราชญ์และสมาชิกสมาคมต่างๆ ว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

06.19
12

บุคคลสำคัญทางวิทยาศาสตร์

by admin ·

1. เซอร์ไอแซก นิวตัน (Sir Isaac Newton) ชาวอังกฤษ

ผลงานที่สำคัญ : ตั้งกฎแรงโน้มถ่วง,ค้นพบ ทฤษฎีเกี่ยวกับการหักเหของแสง ตั้งกฎการเคลื่อนที่

ประวัติ นิวตันเป็นทารกคลอดก่อนกำหนดที่ไม่มีผู้ใดคาดว่าจะรอดชีวิตได้ บิดาได้เสียชีวิตตั้งแต่ก่อนนิวตันถือกำเนิด 3 เดือน มารดาคือ นาง “ฮานนาห์ อายสคัฟ” ฮานนาห์ อายสคัฟ ได้แต่งงานใหม่เมื่อนิวตันอายุได้ 3 ขวบและได้ทิ้งนิวตันไว้ให้ยายของนิวตันเลี้ยงจนสามีคนที่สองตายเมื่อนิวตัน อายุ 11ขวบ นิวตันจึงได้อยู่กับมารดาอีกครั้ง

นิวตันได้ศึกษาที่โรงเรียนหลวง แกรนแธมและคาดหวังว่าจะดำเนินชีวิต เป็นเกษตรกรตามประเพณีของครอบครัว แต่มารดาได้รับการชักจูงให้ส่งนิวตันเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย และในปี พ.ศ. 2204 นิวตันก็ได้เข้าศึกษาในทรินิตีคอลเลจ แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในฐานะนิสิตยากจนที่ต้องทำงานเป็นผู้ช่วยงานวิชาการเพื่อหาเงินจุนเจือค่าเล่าเรียน “ไอแซก บาร์โรว์” ผู้ดำรงตำแหน่ง “เมธีคณิตศาสตร์ลูเคเชียน” ได้ส่งเสริมและให้กำลังใจแก่นิวตัน นิวตันจบการศึกษาได้รับปริญญาตรีเมื่อ พ.ศ. 2208 โดยไม่ได้เกียรตินิยม ก่อนรับปริญญาก็ได้เกิดโรคกาฬโรคระบาดครั้งใหญ่ในกรุงลอนดอนเป็นเหตุให้มหาวิทยาลัยปิดไม่มีการเรียนการสอนในปีต่อมา นิวตันต้องอยู่บ้านแต่ก็ได้ศึกษาธรรมชาติของแสงสว่างและได้สร้างกล้องโทรทรรศน์ขึ้น นิวตันได้ทำการทดลองเกี่ยวกับแสงอาทิตย์อย่างหลากหลายด้วยแท่งแก้วปริซึมและสรุปว่ารังสีต่างๆ ของแสงซึ่งนอกจากจะมีสีแตกต่างกันแล้วยังมีภาวการณ์หักเหต่างกันด้วย นิวตันได้รับการแต่งตั้งเป็นอาจารย์ในทรินิตีคอลลเลจและได้รับปริญญาโทในปี พ.ศ. 2211 ปีต่อ ไอแซก บาร์โรว์ได้ลาออกจากตำแหน่ง “เมธีคณิตศาสตร์ลูเคเชียน” เพื่อเปิดโอกาสให้นิวตันผู้เป็นศิษย์รับตำแหน่ง ชุดปาฐกถาของนิวตันในตำแหน่งนี้มีผลให้เกิดตำรา “ทัศนศาสตร์” เล่ม 1

 

2. อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ชาวเยอรมัน

ผลงานที่สำคัญ : ตั้งทฤษฎีสัมพันธภาพ ซึ่งนำไปใช้ในการสร้างระเบิดปรมาณู เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปฏิกิริยาโฟโตอิเล็กทริก และจาก “การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี”

ประวัติ : ไอน์สไตน์ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ในปี พ.ศ. 2458 เขาได้กลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยธรรมดานักสำหรับนัก วิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ในปีต่อๆ มาชื่อเสียงของเขาได้ขยายออกไปมากกว่านักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ในประวัติศาสตร์ ไอน์สไตน์ ได้กลายมาเป็นแบบอย่างของความฉลาดหรืออัจฉริยะ ความนิยมในตัวของเขาทำให้มีการใช้ชื่อไอน์สไตน์ในการโฆษณา หรือแม้แต่การจดทะเบียนชื่อ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” ให้เป็นเครื่องหมายการค้า ตัวไอน์สไตน์เองมีความระลึกถึงผลกระทบทางสังคม ซึ่งผลมาจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ในฐานะที่เขาได้เป็นปูชนียบุคคลแห่ง ความบรรลุทางปัญญา เขายังคงถูกยกย่องให้เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์ที่สุด ในยุคปัจจุบันทุกการสร้างสรรค์ของเขายังคงเป็นที่เคารพนับถือ ทั้งในความเชื่อในความสง่า ความงาม และความรู้แจ้งเห็นจริงในจักรวาล (คือแหล่งเสริมสร้างแรงบันดาลใจในวิทยาศาสตร์ให้แก่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่) ความชาญฉลาดเชิงโครงสร้างของเขาแสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบของจักรวาล ซึ่งงานเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านผลงานและหลักปรัชญาของเขา ในทุกวันนี้ ไอน์สไตน์ยังคงเป็นที่รู้จักดีในฐานะนักวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังที่สุด ทั้งในวงการวิทยาศาสตร์และนอกวงการ

 

3. จอห์น ดาลตัน (John Dalton) ชาวอังกฤษ

ผลงานที่สำคัญ :  เป็นผู้ริเริ่ม ทฤษฎีอะตอม ค้นพบกฎความดันย่อย และอธิบายสาเหตุตาบอดสี 

ประวัติ : ดาลตันเกิดในครอบครัวที่ยากจน บิดาของเขาชื่อโจเซฟ จอห์น จอห์น จอห์น ดาลตัน มีอาชีพเป็นช่างทอผ้า ดาลตันเป็นเด็กน้อยที่เติบโตมาพร้อมกับความสนใจเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็กๆ เขามีความมุ่งมั่นว่าในวันข้างหน้าจะขอเป็นนักวิทยาศาสตร์ให้ได้

โรงเรียนแรกของดาลตันก็คือโรงเรียนของจอห์นเฟลทเชอร์ ซึ่งใช้โรงสวดที่ทำพิธีกรรมทางศาสนา เมื่อโรงเรียนหยุด ดาลตันไม่เคยคิดที่จะหยุดการเรียน เขามักจะใช้เวลาเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมจากนอกห้องเรียนเสมอ ในปี ค.ศ. 1778 โรงเรียนแห่งนี้ก็ต้องหยุดลงอย่างถาวร จึงทำให้ดาลตันมีความคิดขึ้นมาว่า จะเปิดโรงเรียนขึ้นมาเอง แม้จะเป็นเพียงเด็กที่อายุ 12 ปี แต่ดาลตันก็เชื่อว่าตนมีความรู้ที่จะเป็นครูสอนหนังสือได้ เขาประกาศรับสอนหนังสือโดยใช้โรงนาเป็นสถานที่เรียน โดยมีหมัดเด็ดคือ การให้กระดาษและหมึกที่เป็นของหากยากมากๆให้ฟรี โดยเก็บค่าเรียนเป็นรายคน คนละ 6 เพนนี (Penny) ต่อสัปดาห์ และผู้คนไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือวัยรุ่นก็พากันมาเรียนกับดาลตัน กิจการถือว่าเป็นไปด้วยดี แต่ต่อมาไม่นาน ชาวบ้านต้องการใช้สถานที่ของโรงเรียนเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา โรงเรียนของดาลตันจึงต้องปิดตัวลง ดาลตันจึงนำเงินที่เก็บสะสมเพื่อเปิดร้านขายหนังสือ และออกวารสาร เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 1803 ดาลตันก็ได้เขียนบทความเรื่อง การดูดกลืนก๊าซของน้ำ จากการทดลองที่ว่าน้ำหนักอะตอมของธาตุดังกล่าวนี้ เป็นน้ำหนักสัมพัทธ์ ซึ่งดาลตัน กำหนดให้น้ำหนักของอะตอมไฮโดรเจนเท่ากับ 1 จากนั้นก็นำสัดส่วนการทำปฏิกิริยากัน มาคำนวณว่าอะตอมธาตุอื่น ๆ และสารประกอบง่าย หนักเป็นกี่เท่าตัวของอะตอมไฮโดรเจน ทำให้เขาสามารถได้ข้อสรุปของตารางน้ำหนักอะตอมของธาตุและสารประกอบ รวม 21 ชนิด จอห์น ดาลตัน ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1844 ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ รวมอายุได้ 78 ปี